5 พฤติกรรมควรเลี่ยง ที่ติดมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย

หากพูดถึง สื่อโซเซียลมีเดีย ต้องบอกเลยว่าเป็นสิ่งได้เข้ามาบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของคนในยุคนี้ เพราะมันทำให้สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันได้อย่างไร้ขอบเขต แถมยังมีประโยชน์อีกมากมายอีกด้วย เรียกได้เลยว่าทุกๆ คนแทบจะต้องมีบัญชีโซเชียลมีเดียกันอย่างน้อยคนละ 1 บัญชีเลยทีเดียว แต่ว่าการที่โซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทต่างๆ มากจนเกินไป ก็ย่อมมีผลเสียตามมาด้วยเช่นกัน วันนี้ korgamer.com เลยจะมาบอก 5 พฤติกรรมควรเลี่ยง ที่ติดมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย ให้ทุกคนได้ทราบ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ

5 พฤติกรรมควรเลี่ยง ที่ติดมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย ควรระวัง

ใช้โซเชียลมีเดีย
  1. ใช้สติกเกอร์มากเกินความจำเป็น

แน่นนอกว่าการใช้สติเกอร์ในการส่งแทนการพิมข้อความเอง ก็เป็นเรื่องที่หลายๆ คนชื่นชอบเลยก็ว่าได้ แต่ว่าในการสนทนาที่ค่อนข้างเป็นทางการ เช่น ในรูปของกิจธุระหรือธุรกิจควรหลีกเลี่ยงการใช้สติกเกอร์ เพราะมันจะทำให้บทสนทนานั้นดูเบาลงจนอาจดูไม่น่าเชื่อถือ ดูไม่เป็นมืออาชีพ เหมือนเห็นเรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องเล็ก ในเมื่อเราไม่รู้ว่าคู่สนทนามีทัศนคติอย่างไรหรือจะคิดอะไร ก็ระวังไว้ก่อนจะดีกว่านะคะ

  1. ใช้ภาษาแบบผิดๆ ถูกๆ

อย่างที่คุณคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า การที่เราใช้ภาษาที่ผิดนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยค่ะ เพราะว่าจะอาจจะให้เราเสียเป็นนิสัยเลยก็เป็นได้ แต่รวมถึงการใช้คำผิดความหมาย ใช้คำผิดระดับ ใช้ลักษณนามไม่ถูกต้อง หากพูดคุยเรื่องที่เป็นงานเป็นการ ควรหลีกเลี่ยงการเขียนสะกดคำง่ายๆ แบบที่ไม่ถูกหลักไวยากรณ์ แม้ว่าจะอ่านแล้วเข้าใจว่าหมายถึงอะไร ทว่ามันไม่เหมาะกับกาลเทศะ ทำให้ผู้ส่งสารดูไม่น่าเชื่อถือ ทั้งยังอาจทำให้การสื่อสารกำกวม ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ฉะนั้น เมื่อใดที่ต้องติดต่อกับคนอื่นในเรื่องที่เป็นกิจจะลักษณะ ควรเช็กการใช้ภาษาให้ถูกต้อง สะกดคำให้ถูก และพยายามใช้ภาษามาตรฐานเท่านั้น

  1. แชร์ข่าวปลอม

บนโลกโชเซียลเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ที่เราเห็นนั้น หรือข่าวต่างๆ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า จึงทำให้หลายๆ คนมักเผลอแชร์ข่าวต่างๆ ที่ไม่เป็นความจริง ในการติดต่อสื่อสารภายในทีม หรือระหว่างหน่วยงาน ระหว่างองค์กรที่ติดต่อธุระกัน มักจะมีกลุ่มแชตในแอปฯ สำหรับพูดคุยติดต่อสื่อสารเรื่องงาน บ่อยครั้งที่เราจะเห็นคนในกลุ่มส่งข้อมูลบางอย่างมาด้วยความหวังดี อยากแชร์ให้คนอื่นได้รู้ด้วย แต่กลับไม่ได้ตรวจสอบก่อนที่จะแชร์ว่านั่นข่าวจริงหรือข่าวปลอม พอไม่ได้เช็ก คนอื่นในกลุ่มก็จะได้รับข้อมูลนั้นต่อ ทำให้ข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือนถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็ว มีผลให้การเสพข่าวสารกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่าที่ควร

เสพโซเชียลมีเดีย
  1. โพสต์ข้อความที่ไม่ได้เกิดจากการคิดไตร่ตรอง

หลายๆ คนจะต้องเสียเครดิตตัวเองเพราะว่า เผลอโพสต์ข้อความต่างๆ โดยไม่คิดให้ดีเสียก่อน จนให้ต้องเสียหน้าที่การงานเลยก็มี ถึงจะแค่ไม่กี่วินาทีแล้วลบทิ้ง ก็มีพวก “แคปทัน” อยู่เกลื่อนเมือง ส่วน Digital Footprint ก็ตรวจหาร่องรอยไม่ยาก หากวันถูกขุดพบเข้า ชีวิตอาจจบเห่ได้ หลายคนมีบทเรียนตกม้าตายจากการคิดน้อยหรือไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะโพสต์อะไรลงโซเชียลมีเดีย ไม่คำนึงว่ามันอาจสร้างความเสียหายให้ตัวเองภายหลัง เช่น เรื่องดราม่าเรียกทัวร์ลง ด่าคนนั้นด่าคนนี้ คำหยาบคายสารพัด พอมีปัญหาก็หงายการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอให้สังคมให้อภัย มีกรณีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย

  1. ภาวะเสพติดโซเชียลมีเดีย

มาถึงพฤติกรรมสุดท้ายอย่าง ภาวะเสพติดโซเชียลมีเดีย เนื่องจากว่าหลายๆ คนได้เข้าไปสู่โลกออนไลน์มากเกินไปจนให้เกิดภาวะกับเสพติดโซเชียลได้ นำไปสู่สุขภาพจิตที่แย่ลง ความเครียด และอีกหลาย ๆ เช่น ลักษณะอาการ FOMO (Fear Of Missing Out) หรือ “กลัวตกกระแส” โรคขาดมือถือไม่ได้ หรือ “โรคโนโมโฟเบีย” (No Mobile Phone Phobia) การอยากอวดชีวิตของตัวเอง จนมีอาการป่วยเพราะโซเชียลมีเดียเป็นพิษ รวมถึงอาการคลั่งการกดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์ข้อความต่างๆ ในโลกโซเชียล ด้วยเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่สำคัญทางจิตใจ และคนในสังคมให้คุณค่า

พฤติกรรมควรเลี่ยง

และนี้ก็คือ5 พฤติกรรมควรเลี่ยง ที่ติดมาจากการใช้โซเชียลมีเดีย ต้องบอกเลยว่าที่คุณได้เข้าอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องที่ผิดค่ะ แต่คุณจำเป็นจะต้องพยายามที่จะคอยเลี่ยงจากพฤติกรรมที่เราได้กล่าวมาข้างต้นด้วย เพื่อคุณจะได้เป็นคนที่ใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีประโยชน์ และคุณภาพนั่นเองค่ะหากใครที่รู้ตัวแล้วตัวเองกำลังมีพฤติกรรมเหล่านี้ ก็ควรที่จะพยายามติดสติตัวเองกลับมานะคะ

เรื่องน่าสนใจ

เรื่อที่น่าสนใจ